เรียกได้ว่าเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟขนานแท้! เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่จะกวาดล้าง "อารยธรรมอิหร่านทั้งมวล" ให้ดับสิ้นภายในคืนเดียว ทำเอาสภาสหรัฐฯ ลุกเป็นไฟ ถึงขั้นมีการเรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25 (25th Amendment) เพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่งทันที โดยชี้ว่าทรัมป์ "เสียสติ" และเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ แม้ล่าสุดจะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา แต่นั่นก็ไม่อาจดับโทสะของเหล่านักการเมืองได้ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน ที่โลกกำลังจับตามองด้วยความระทึก
Trump ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้งหากดีลสันติภาพล้มเหลว หมายความว่าอย่างไร?
จากการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ผู้เชี่ยวชาญมองว่าท่าทีเกรี้ยวกราดของทรัมป์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือยุทธศาสตร์ "Maximum Pressure" หรือการกดดันขั้นสูงสุดเพื่อให้ได้มาซึ่งเงื่อนไขที่ตนเองต้องการก่อนจะถึง เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน ทรัมป์ต้องการบีบให้เตหะรานยอมศิโรราบในดีลสันติภาพระยะยาว โดยใช้ความกลัวจากอาวุธนิวเคลียร์เป็นเครื่องต่อรอง ซึ่งคำขู่ที่ว่าจะล้างอารยธรรมภายในคืนเดียว ถูกตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากการขู่ใช้หัวรบนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ฝั่งการเมืองในวอชิงตันไม่ได้มองว่านี่คือ "ศิลปะการต่อรอง" แต่คือ "ความวิกลจริต" สส. ตัวจี๊ดอย่าง Alexandria Ocasio-Cortez (AOC) ซัดแรงว่านี่คือการขู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และชี้ว่าสมรรถภาพทางจิตของประธานาธิบดีกำลังพังทลายจนไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป แม้แต่ Marjorie Taylor Greene อดีตคนสนิทที่ตอนนี้กลายเป็นคู่ปรับ ยังโพสต์ด่าว่านี่คือความชั่วร้ายและบ้าคลั่ง พร้อมร่วมวงเรียกร้องให้ปลดทรัมป์เช่นกัน
ไม้ตายสุดท้าย Section 4 กับการสยบประธานาธิบดีคลั่ง
เหล่านักการเมืองเริ่มพูดถึง Section 4 ของบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25 ซึ่งอนุญาตให้รองประธานาธิบดี (ในที่นี้คือ JD Vance) ร่วมกับคณะรัฐมนตรีเสียงส่วนใหญ่ ประกาศว่าประธานาธิบดี "ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้" เพื่อโอนอำนาจการปกครองออกไปทันที ขณะที่ สส. จอห์น ลาร์สัน ได้ยื่นถอดถอน (Impeachment) โดยระบุว่าทรัมป์ใช้อำนาจทำสงครามโดยพลการ ก่ออาชญากรรมสงคราม และทำตัวเป็นโจรสลัดในเวทีโลก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดก่อนถึง เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน
ด้านทำเนียบขาวออกมาตอกกลับแบบเจ็บๆ ว่าพวกเดโมแครต "เพ้อเจ้อและน่าสมเพช" โดยระบุว่ามีความพยายามจะถอดถอนทรัมป์ตั้งแต่เขายังไม่ทันสาบานตนด้วยซ้ำ พร้อมแซะกลับว่าคะแนนนิยมของพวก สส. ในสภานั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนประวัติศาสตร์ต้องจารึก
เจาะลึกทิศทางโลก: วิเคราะห์ผลกระทบและฉากทัศน์ในอนาคต
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศ สิ่งที่น่าจับตามองคือ "ความเสี่ยงที่คำนวณพลาด" (Miscalculation) แม้ทรัมป์จะใช้คำขู่เพื่อสร้างอำนาจต่อรองใน เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน แต่การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงถึงขั้นทำลายอารยธรรม อาจบีบให้อิหร่านไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้จนตัวตาย หรือเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อป้องกันตัว ซึ่งจะกลายเป็นผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับที่ทรัมป์ต้องการ
นอกจากนี้ กระแสการปลดทรัมป์ด้วยมาตรา 25 ในทางปฏิบัติถือว่า "ยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขา" เพราะต้องอาศัยความยินยอมจาก JD Vance รองประธานาธิบดี ซึ่งปัจจุบันยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่น การเคลื่อนไหวในสภาครั้งนี้จึงอาจเป็นเพียงการสร้างแรงกดดันทางการเมืองภายใน มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนตัวผู้นำสหรัฐฯ ในเร็ววัน แต่ที่แน่ๆ ภาพลักษณ์ "พี่ใหญ่" ของสหรัฐฯ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติภาพได้พังทลายลงไปเรียบร้อยแล้ว
สรุปประเด็นร้อน: เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน และสงครามประสาทของทรัมป์
- วาทะล้างอารยธรรม: ทรัมป์โพสต์ขู่ล้างอารยธรรมอิหร่านผ่าน Truth Social สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก
- มาตรา 25: สส. ทั้งสองฝั่งยื่นถอดถอนและเรียกร้องให้ใช้มาตรา 25 ปลดทรัมป์ โดยอ้างเรื่องสุขภาพจิต
- Maximum Pressure: ยุทธศาสตร์กดดันขั้นสูงสุดถูกนำมาใช้ก่อนถึงเส้นตายหยุดยิง เพื่อบีบเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการ
- การตอบโต้จากทำเนียบขาว: ปฏิเสธข้อกล่าวหาและชี้ว่าเป็นเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้าม
- ความเสี่ยงนิวเคลียร์: การเดิมพันด้วยวาทะสงครามอาจปิดประตูการเจรจาอย่างสันติในระยะยาว
โลกต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายว่าก่อนจะถึง เส้นตายหยุดยิงอิหร่าน สถานการณ์จะคลี่คลายหรือระเบิดกลายเป็นสงครามใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
เจาะลึกเบื้องลึกดีลหยุดยิงที่โลกไม่เคยรู้! คลิกอ่านต่อด่วนก่อนตกเทรนด์โลก: https://lalanews.net/
ที่มา: www.cnbc.com