เจาะลึกความสัมพันธ์สหรัฐอิหร่านล่าสุด เมื่อทรัมป์ใช้เกมจิตวิทยาท้าเจรจาผ่านโทรศัพท์ แต่อิหร่านเลือกบินซบรัสเซียเสริมทัพต้านตะวันตก ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง
ความสัมพันธ์สหรัฐอิหร่านล่าสุด ก้าวสู่จุดแตกหักที่ชัดเจนขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเปิดเกมจิตวิทยาบีบคั้นกรุงเตหะรานอย่างหนัก ผ่านการยื่นข้อเสนอที่ดูเหมือนจะง่ายแต่แฝงด้วยเงื่อนไขเหล็กว่า "อยากคุยก็แค่โทรมา" ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่ปกคลุมตะวันออกกลางมานานกว่า 2 เดือน การแสดงออกของทรัมป์ในครั้งนี้เปรียบเสมือนการบีบให้อิหร่านต้องเลือกว่า จะยอมก้มหัวเจรจาภายใต้เงื่อนไข "ไร้นิวเคลียร์" ของวอชิงตัน หรือจะเลือกหันหลังให้ตะวันตกแล้วมุ่งหน้ากระชับมิตรกับมอสโกอย่างเต็มตัว
ภาพการณ์ปัจจุบันสะท้อนว่าคำขู่ของทรัมป์อาจไม่ได้ผลอย่างที่คิด เมื่ออิหร่านเลือกตอบโต้ด้วย "การทูตสายฟ้าแลบ" โดยการส่งรัฐมนตรีต่างประเทศบินตรงสู่รัสเซียเพื่อเข้าพบวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าระเบียบโลกใหม่กำลังถูกแบ่งขั้วอย่างชัดเจน และความหวังเรื่องสันติภาพอาจเป็นเพียงภาพลวงตาหากทั้งสองฝ่ายยังไม่ลดเพดานบิน
การเดินทางไปรัสเซียของรัฐมนตรีอิหร่านส่งผลต่อการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ อย่างไร?
การเคลื่อนไหวของนาย Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่มุ่งหน้าสู่รัสเซียแทนที่จะตอบรับสายโทรศัพท์ของทรัมป์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการสันติภาพ ดังนี้:
- การสร้างแนวร่วมต้านตะวันตก (Anti-Western Bloc): การบินไปรัสเซียคือการประกาศว่าอิหร่านมี "แบ็กกราวด์" ที่แข็งแกร่ง และจะไม่ยอมเจรจาภายใต้การข่มขู่หรือการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ทำให้โอกาสที่สหรัฐฯ จะกดดันให้อิหร่านยอมจำนนฝ่ายเดียวเป็นไปได้ยากขึ้น
- อำนาจต่อรองที่เปลี่ยนไป: เมื่ออิหร่านได้รับแรงหนุนจากรัสเซีย ข้อเสนอเดิมที่สหรัฐฯ มองว่า "ดีพอแล้ว" อาจถูกปัดตกไป การเจรจาที่เคยคาดหวังว่าจะจบลงสั้นๆ จึงส่อแววกลายเป็น "เกมยาว" ที่ยืดเยื้อ
- ความผันผวนของตลาดพลังงาน: ทุกย่างก้าวที่อิหร่านขยับเข้าใกล้รัสเซีย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก หากรัสเซียเข้ามาสนับสนุนด้านความมั่นคงทางทะเลให้อิหร่าน ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทะยานต่อเนื่องจากความกังวลว่าสหรัฐฯ จะสูญเสียการควบคุมในพื้นที่ยุทธศาสตร์นี้
"โทรศัพท์มี...สายปลอดภัยพร้อม" แต่ความเชื่อใจกลับเป็นศูนย์
ในขณะที่ทรัมป์พยายามใช้วาทศิลป์ผ่านรายการ Fox News เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผู้นำที่ใจกว้างพร้อมเจรจา แต่ในโลกความเป็นจริง ความสัมพันธ์สหรัฐอิหร่านล่าสุด กลับเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์สั่งยกเลิกคณะผู้แทนพิเศษที่จะเดินทางไปปากีสถานเพียงเพราะมองว่าข้อเสนอของอิหร่าน "สิ้นเปลืองงบประมาณ"
ในฝั่งของอิหร่าน การเดินสายพบตัวกลางในโอมานและปากีสถานก่อนมุ่งหน้าสู่รัสเซีย ถูกเรียกว่าเป็น "การทูตญิฮาด" เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทรัมป์ประกาศกร้าวว่า "ต้องไม่มี" สถานการณ์ในสนามรบที่ยังคุกรุ่นทั้งในเลบานอนและการโจมตีเฮซบอลลาห์ ยิ่งกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มขยับตัวเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ทิ้งให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงระนาวรับความไม่แน่นอน
สรุปประเด็นสำคัญ: ความสำคัญสหรัฐอิหร่านล่าสุด
- เกมจิตวิทยาของทรัมป์: เปิดช่องให้โทรศัพท์เจรจาแต่ตั้งเงื่อนไข "ห้ามมีนิวเคลียร์" เพื่อโยนความกดดันให้กรุงเตหะราน
- พันธมิตรใหม่รัสเซีย-อิหร่าน: รมว.ต่างประเทศอิหร่านบินพบบูตินเพื่อคานอำนาจสหรัฐฯ ตอกย้ำการแบ่งขั้วโลก (Unilateralism vs Multipolarity)
- น้ำมันพุ่ง-หุ้นร่วง: ตลาดตอบรับเชิงลบหลังความหวังเจรจาสันติภาพหยุดชะงัก ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจากความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- ทางตันทางการทูต: อิหร่านยันไม่เจรจาหากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ ขณะที่สหรัฐฯ มองข้อเสนออิหร่านยัง "ดีไม่พอ"
เกาะติดสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกและวิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาน้ำมันได้ที่ : https://lalanews.net/
ที่มา: