เจาะลึกความกลัวกลุ่มอ่าว หลังดีลสหรัฐฯ-อิหร่านมุ่งแค่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นถูกทิ้งให้เผชิญหน้าขีปนาวุธและกลุ่มตัวแทนเพียงลำพังเพื่อแลกเสถียรภาพน้ำมันโลก

ในขณะที่โลกกำลังจับตามองการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดด้วยความหวัง แต่สำหรับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Gulf States) บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคลางแคลงใจ เมื่อสัญญาณจากโต๊ะเจรจาส่อแววว่า รัฐบาลทรัมป์ อาจเลือก "ล้างไพ่" เฉพาะปัญหาระดับโลกอย่างราคาน้ำมันและการจำกัดยูเรเนียม เพื่อดึงเรตติ้งด้านเศรษฐกิจกลับคืนมา แต่กลับทิ้ง "ระเบิดเวลา" ด้านความมั่นคงไว้ในสวนหลังบ้านของพันธมิตรอาหรับ

ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำ ความกลัวกลุ่มอ่าว ที่ว่าสหรัฐฯ พร้อมจะหันหลังให้หากผลประโยชน์หลักอย่างการเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ได้รับการตอบสนอง โดยยอมแลกกับการขยายอำนาจทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านในพื้นที่อย่างเป็นทางการ

กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับกังวลอะไรในดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน?

หัวใจสำคัญของความกังวลไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีสันติภาพหรือไม่ แต่อยู่ที่ "นิยามของสันติภาพ" นั้นรวมถึงความปลอดภัยของพวกเขาด้วยหรือไม่ โดยประเด็นหลักที่สร้างความกังวลในขณะนี้คือ:

  • การยอมรับ "สิทธิผูกขาด" ของอิหร่านเหนือฮอร์มุซ: การที่สหรัฐฯ มุ่งเจรจาเพียงแค่ "กฎการเดินเรือ" ถูกมองว่าเป็นการรับรองโดยนัยว่าอิหร่านคือ "เจ้าของบ้าน" ที่มีสิทธิ์สั่งปิดหรือเปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญที่สุดของโลกเมื่อไหร่ก็ได้
  • ภัยคุกคามที่ถูกลืม: ในดีลนั้นกลับ "ไร้เงา" ข้อตกลงเรื่องการจำกัดขีปนาวุธ โดรน และกลุ่มติดอาวุธตัวแทน (Proxies) ซึ่งเป็นอาวุธหลักที่ใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานในอ่าวอาหรับมาโดยตลอด
  • การเป็น "ผู้ชม" ในบ้านตัวเอง: ชาติอาหรับรู้สึกเหมือนถูกกันออกจากโต๊ะเจรจา ทั้งที่พวกเขาคือผู้รับผลกระทบด่านแรกจากค่าประกันภัยเรือที่พุ่งสูงและภัยคุกคามทางทหาร

ช่องแคบฮอร์มุซ: "นิวเคลียร์ทางภูมิศาสตร์" ของอิหร่าน

อำนาจต่อรองของอิหร่านในครั้งนี้ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "อาวุธนิวเคลียร์ที่มองเห็นได้" โดยมีการระบุว่าอิหร่านไม่จำเป็นต้องมีระเบิดปรมาณูตราบใดที่ยังมีช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในมือ เพราะมันคือ "สินทรัพย์ทองคำ" ที่ใช้สยบชาติมหาอำนาจได้ทุกเมื่อ

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเริ่มไม่มั่นใจในระบบป้องกันภัยอย่าง THAAD หรือ Patriot ของสหรัฐฯ เพราะแม้จะกันขีปนาวุธได้ แต่ก็ไม่อาจกัน "การถูกหักหลังทางการทูต" ที่วอชิงตันมักตัดสินใจฝ่ายเดียว (Unilateralism)

สรุปประเด็นสำคัญ: สันติภาพระยะสั้นที่แลกด้วยความขัดแย้งที่ยั่งยืน

  • ความกังวลหลัก: กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับกลัวว่าสหรัฐฯ จะยอมรับอำนาจอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการให้น้ำมันโลกเดินเรือได้ปกติ
  • ช่องโหว่ของดีล: การเจรจามุ่งเน้นแค่นิวเคลียร์และเส้นทางเดินเรือ แต่กลับละเลยเรื่องขีปนาวุธและกลุ่มติดอาวุธที่เป็นภัยโดยตรงต่อชาติอาหรับ
  • วิกฤตความเชื่อมั่น: ชาติอาหรับเริ่มไม่มั่นใจในการพึ่งพาสหรัฐฯ หลังพบว่าวอชิงตันมักตัดสินใจบนผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก
  • ไพ่ตายอิหร่าน: ช่องแคบฮอร์มุซถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องปรามที่ทรงพลังเทียบเท่านิวเคลียร์ บีบให้มหาอำนาจต้องยอมถอย

ติดตามบทวิเคราะห์เจาะลึกนโยบายต่างประเทศและผลกระทบต่อเศรษฐกิจตะวันออกกลางได้ที่ : https://lalanews.net/

ที่มา: www.reuters.com