เจาะลึกบทบาทจีนในอิหร่าน เมื่อยักษ์ใหญ่เอเชียเลือก "ธุรกิจ" นำ "การเมือง" เร่งผลักดันหยุดยิงเพื่อความมั่นคงทางพลังงานและพยุง GDP ในประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุน

ปักกิ่ง – ท่าทีของรัฐบาลปักกิ่งต่อวิกฤตการณ์ในอิหร่านกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" การเจรจาสันติภาพ แม้ฉากหน้าจีนจะพยายามนำเสนอภาพลักษณ์มหาอำนาจผู้รักสันติภาพ แต่ในมิติเชิงลึกเหล่านักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า นี่คือยุทธศาสตร์ "Survival Mode" ของจีนที่ต้องการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังเปราะบางจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงทำลายสถิติ

การขยับตัวของ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่ต่อสายตรงถึงผู้นำทั่วโลกกว่า 26 ครั้ง สะท้อนว่าจีนกำลังใช้บารมีทางการทูตเพื่อ "ปากท้อง" ของประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน มากกว่าเพียงแค่การคานอำนาจทางการเมืองกับสหรัฐฯ

ทำไมจีนถึงพยายามเจรจาหยุดยิงในสงครามอิหร่าน?

เหตุผลเบื้องหลังความพยายามของปักกิ่งไม่ได้ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่ากังวล บทบาทจีนในอิหร่าน ในฐานะ "ผู้จัดการความขัดแย้ง" เกิดจากแรงบีบคั้น 3 ประการหลัก:

  • ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security): จีนนำเข้าน้ำมันดิบผ่านเส้นทางเดินเรือกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ เมื่อเส้นทางนี้ถูกปิดตาย ราคาน้ำมันขายปลีกในจีนจึงพุ่งสูงขึ้นถึง 11% ในเดือนเดียว (เพิ่มขึ้นรวม 1,580 หยวนต่อตัน)
  • ต้นทุนการผลิตพุ่ง (Cost Push Inflation): ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นบีบให้กำไรของโรงงานอุตสาหกรรมหดตัว ซึ่งภาคการส่งออกคิดเป็น 1 ใน 3 ของ GDP จีน หากปล่อยให้สงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจจีนอาจเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างรุนแรง
  • การอำนวยความสะดวก (Facilitation): จีนไม่ได้วางตัวเป็นคนกลางโดยตรง แต่ใช้ยุทธศาสตร์สนับสนุนปากีสถานให้เป็นเจ้าภาพการเจรจา เพื่อรักษาสถานะ "พันธมิตรที่รับผิดชอบ" และเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์

สันติภาพที่ขับเคลื่อนด้วยกำไรและขาดทุน

นักเชี่ยวชาญจาก Council on Foreign Relations มองว่าสิ่งที่ปักกิ่งกำลังทำคือการ "ป้องกันโลกถดถอย" เพื่อให้สินค้าจีนยังคงขายได้ในตลาดโลก ยุทธศาสตร์นี้เห็นชัดจากการที่จีนและรัสเซียคัดค้านร่างมติ UN ที่เอื้อให้เกิดการปะทะกันเพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ แต่กลับเสนอแผนทางเลือกที่เน้น "เสรีภาพในการเดินเรือภายใต้การบริหารจัดการร่วม" เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันดิบจะไหลเข้าสู่โรงกลั่นในจีนได้ตามปกติ

บทวิเคราะห์: เมื่อ Business Trumps Politics

การเคลื่อนไหวครั้งนี้พิสูจน์ว่าสำหรับปักกิ่ง "ธุรกิจสำคัญกว่าการเมือง" จีนพร้อมที่จะสวมบทบาทผู้ประสานงานสิบทิศเพื่อยุติความขัดแย้งที่เริ่มส่งผลเสียต่อตัวเลขเศรษฐกิจของตนเอง แม้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะยังก้ำกึ่ง แต่อิทธิพลของจีนผ่านการเจรจาลับกับทั้งอิหร่านและปากีสถาน อาจเป็นตัวแปรเดียวที่ทำให้ "ราคาพลังงาน" กลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้อีกครั้ง

สรุปประเด็นสำคัญ: ยุทธศาสตร์จีนในวิกฤตฮอร์มุซ

  • ปากท้องนำการเมือง: จีนเร่งหยุดยิงเพราะต้องการสกัดราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งขึ้น 11% และพยุงกำไรภาคอุตสาหกรรม
  • ผู้อำนวยความสะดวก: จีนเน้นบทบาทเบื้องหลังผ่านปากีสถาน เพื่อเลี่ยงการปะทะทางการเมืองกับสหรัฐฯ แต่ยังรักษาผลประโยชน์ทางการค้า
  • เส้นเลือดใหญ่ฮอร์มุซ: จีนต้องการเปิดช่องแคบเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นทางผ่านน้ำมันนำเข้ากว่า 50% ของประเทศ
  • ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ: ภาคส่งออกคือหัวใจของ GDP จีน การยุติสงครามจึงเป็นทางเดียวที่จะป้องกันภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย

ติดตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและบทวิเคราะห์สงครามพลังงานฉบับเจาะลึกได้ที่ : https://lalanews.net/

ที่มา: www.cnbc.com