ดัชนีราคาหน้าโรงงาน (PPI) ของจีนกลับมาขยายตัวอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนให้ระวังภาวะ "เงินเฟ้อที่ไม่พึงประสงค์" (Bad Inflation) ที่เกิดจากต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นจนอาจกดดันผลกำไรของผู้ผลิตและฉุดรั้งการเติบโตของ GDP
ราคาน้ำมัน: ตัวขับเคลื่อนหลักและดาบสองคมของเศรษฐกิจจีน
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นกว่า 33% ในฐานะที่จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ภาวะดังกล่าวทำให้จีนต้องเผชิญกับ "Cost-push inflation" หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น แม้จะมีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ช่วยบรรเทาแรงกระแทก แต่ดัชนีราคาซื้อวัตถุดิบและเชื้อเพลิง (PPIRM) ที่ขยายตัวสูงถึง 0.8% สะท้อนว่าผู้ผลิตกำลังแบกรับภาระหนักจนกำไรเริ่มสั่นคลอน
มุมมองนักเศรษฐศาสตร์: สัญญาณเตือนภาวะ "เงินเฟ้อที่ไม่พึงประสงค์"
Tianchen Xu จาก Economist Intelligence Unit (EIU) ให้ความเห็นว่าการพลิกบวกของ PPI ในครั้งนี้คือ "Bad Inflation" เนื่องจากไม่ได้เกิดจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เกิดจากปัจจัยภายนอกอย่าง Input-cost shock ขณะที่ Morgan Stanley ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP จีนปีนี้ลงเหลือ 4.7% พร้อมเตือนว่าหากราคาน้ำมันพุ่งแตะ $150 ต่อบาร์เรลจากสถานการณ์สงครามที่รุนแรงขึ้น GDP ของจีนอาจดิ่งลงไปอยู่ที่ 4.2% ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) ต้องเร่งออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อประคองเศรษฐกิจ
ตารางสรุปตัวเลขเศรษฐกิจจีน (มีนาคม 2026)
| ตัวชี้วัดเศรษฐกิจ | ผลลัพธ์ | สถานะเทียบกับปีก่อนหน้า |
|---|---|---|
| PPI (ราคาหน้าโรงงาน) | +0.5% | เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี |
| CPI (ราคาผู้บริโภค) | +1.0% | ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ |
| Core CPI (ไม่รวมอาหาร/พลังงาน) | +1.1% | ขยายตัวคงที่ |
| ราคาน้ำมันเบนซิน | +11.1% | พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง (MoM) |
สรุปประเด็นร้อน: PPI จีนพลิกบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี
- PPI พลิกบวก: ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.5% ยุติวงจรเงินฝืดที่ยาวนานที่สุด
- วิกฤตพลังงาน: ราคาน้ำมันเบนซินในจีนพุ่ง 11.1% ภายในเดือนเดียว ผลจากสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- ความเสี่ยง GDP: Morgan Stanley หั่นคาดการณ์ GDP จีนเหลือ 4.7% จากต้นทุนพลังงานที่กดดัน
- เงินเฟ้อเปราะบาง: นักวิเคราะห์เตือนเป็นภาวะ "Bad Inflation" ที่เกิดจากต้นทุนพุ่ง ไม่ใช่กำลังซื้อฟื้นตัว
เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ อัปเดตตัวเลขดัชนีการเงิน และบทวิเคราะห์ผลกระทบจากสงครามที่มีต่อการลงทุนทั่วโลกได้ที่ https://lalanews.net/
ที่มา: www.cnbc.com