วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซระอุ! อิหร่านเดินเกมล็อกฮอร์มุซซ้ำ ใช้ความไม่แน่นอนทางทะเลบีบเงื่อนไขเจรจา หลังสหรัฐฯ ยึดเรือสินค้า ทำเดินเรืออัมพาต ราคาน้ำมันโลกทะยาน

สถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลในตะวันออกกลางพุ่งสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง เมื่อ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงพลังงานโลกเกือบ 20% กลายสภาพเป็น "เขตอันตราย" ที่เกือบไร้เรือสัญจร หลังเกิดเหตุเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลสะเทือนถึงตลาดทุนและดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันทีกว่า 5%

ความขัดแย้งระลอกใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ "ความไม่แน่นอนที่จงใจสร้างขึ้น" ของอิหร่าน เพื่อใช้ความปั่นป่วนในเส้นทางเดินเรือเป็นเครื่องต่อรองสำคัญบนโต๊ะเจรจาสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงกลับมาเป็นอัมพาตหลังการยึดเรือล่าสุด?

ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อกองทัพสหรัฐฯ บุกเข้ายึดเรือขนส่งสินค้าของอิหร่าน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำลายบรรยากาศการทูตที่กำลังไปได้สวยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการ "ล็อกฮอร์มุซซ้ำ" ผ่านการส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดและการยิง "กระสุนคำเตือน" เข้าใส่เรือคอนเทนเนอร์ของบริษัท CMA CGM ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกจนทำให้บริษัทเดินเรือระดับโลกตัดสินใจระงับการผ่านช่องแคบชั่วคราว ข้อมูลการติดตามเรือ (Vessel Tracking) ระบุว่าในรอบ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือสัญจรผ่านเพียง 3 ลำเท่านั้น จากค่าเฉลี่ยปกติที่มากกว่า 130 ลำต่อวัน การหายไปของเรือบรรทุกน้ำมันเกือบ 100% นี้เองที่ทำให้กลไกราคาพลังงานดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง

น้ำมันพุ่ง-เบี้ยประกันกระฉูด: ตลาดโลกตอบรับวิกฤต

เมื่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถูกปิดตาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตอบรับเชิงลบทันที:

  • น้ำมันดิบ Brent: ทะยานขึ้น 3.8% แตะระดับ $94.75 ต่อบาร์เรล
  • น้ำมันดิบ WTI: พุ่งขึ้น 4.0% แตะระดับ $87.82 ต่อบาร์เรล

นอกจากราคาน้ำมันแล้ว "ต้นทุนแฝง" อย่างเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงคราม (War Risk Insurance) ยังดีดตัวขึ้นจาก 2% เป็น 3% ของมูลค่าเรือ ทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ท่ามกลางความสับสนของนโยบายสหรัฐฯ ที่เพิ่งสิ้นสุดการยกเว้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

บทวิเคราะห์: ยุทธศาสตร์ความไม่แน่นอนเพื่ออำนาจต่อรอง

การที่อิหร่านเลือกเดินเกม ล็อกฮอร์มุซซ้ำ ในจังหวะนี้ ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นความพยายามบีบให้สหรัฐฯ และพันธมิตรยอมรับเงื่อนไขบนโต๊ะเจรจาในปากีสถาน โดยใช้อุปทานพลังงานโลกเป็นตัวประกัน หากการทูตล้มเหลวและสถานการณ์ยังคงความไม่แน่นอนเช่นนี้ต่อไป ความมั่นคงทางพลังงานที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายอาจขาดสะบั้น และเราอาจเห็นราคาน้ำมันดิบแตะระดับ $100 ต่อบาร์เรลในระยะเวลาอันใกล้

สรุปประเด็นสำคัญ: วิกฤตอิหร่านล็อกช่องแคบฮอร์มุซ

  • การปะทะระลอกใหม่: สหรัฐฯ ยึดเรืออิหร่าน นำไปสู่การตอบโต้ด้วยการยิงคำเตือนใส่เรือฝรั่งเศส ทำลายความเชื่อมั่นการเดินเรือ
  • อัมพาตทางทะเล: เรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 3 ลำใน 12 ชม. ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก
  • เศรษฐกิจสั่นคลอน: ราคาน้ำมันพุ่ง 4-5% ทันที พร้อมค่าประกันภัยเดินเรือที่แพงขึ้น กระทบต้นทุนสินค้าทั่วโลก
  • เกมการเมือง: เชื่ออิหร่านใช้ "ความไม่แน่นอน" ล็อกฮอร์มุซซ้ำ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองเงื่อนไขบนโต๊ะเจรจาสันติภาพ

ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ที่ : https://lalanews.net/

ที่มา: www.reuters.com