Disney ยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงระดับโลก เตรียมดำเนินการปรับลดค่าใช้จ่ายระลอกใหม่ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการปลดพนักงานสูงถึง 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่แผนกการตลาด ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ที่เพิ่งรับตำแหน่งได้เพียงเดือนเดียว เพื่อมุ่งเน้นการบริหารจัดการงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคเปลี่ยนผ่านผู้นำ
ผ่าแผนลดต้นทุนระลอกใหม่ภายใต้บังเหียน Josh D’Amaro
รายงานจากแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Disney กำลังเริ่มต้นแผนประหยัดงบประมาณครั้งสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ต้องลดจำนวนพนักงานลงถึง 1,000 ราย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Josh D’Amaro อดีตประธานฝ่าย Disney Experiences ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ต่อจาก Bob Iger เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพียงไม่นาน การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบริหารที่เน้นความคล่องตัวและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ออกสตาร์ทตำแหน่งผู้นำสูงสุด
การปรับโครงสร้างการตลาดและเป้าหมายการรวมศูนย์อำนาจ
การปลดพนักงานในครั้งนี้เน้นไปที่ส่วนงานการตลาดที่เพิ่งมีการปรับโครงสร้างองค์กรไปเมื่อเดือนมกราคม โดยมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ Asad Ayaz (Chief Marketing and Brand Officer) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลภาพรวมการตลาดทั้งหมดของกลุ่ม Entertainment, Experiences และ Sports เป็นครั้งแรกของบริษัท การปรับทัพนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารแบรนด์ในเครือทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อนของตำแหน่งงาน และช่วยให้การขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดในระดับโลกมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ย้อนรอยการเลิกจ้างครั้งใหญ่และทิศทางในอนาคตของ Disney
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Disney ต้องเผชิญกับการปรับลดพนักงานครั้งมโหฬาร เพราะในช่วงต้นปี 2023 ภายใต้การนำของ Bob Iger บริษัทเคยสั่งปลดพนักงานไปแล้วกว่า 7,000 ตำแหน่ง พร้อมแผนลดค่าใช้จ่ายมูลค่า 5.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงสถานการณ์ทางการเงิน แม้ว่า D’Amaro จะเคยกล่าวชื่นชมรากฐานที่ Iger วางไว้ให้ แต่การประกาศเลิกจ้างล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Disney ยังคงต้องเดินหน้าแผนรัดเข็มขัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมสื่อและสตรีมมิ่งที่การแข่งขันสูงขึ้น
สรุปประเด็นร้อน: Disney ปลด 1,000 พนักงานสังเวยแผนลดต้นทุน
- การเลิกจ้างครั้งใหม่: Disney คาดการณ์ปลดพนักงานราว 1,000 ตำแหน่ง เพื่อลดค่าใช้จ่าย
- พุ่งเป้าสาย Marketing: แผนกการตลาดได้รับผลกระทบหนักที่สุดหลังการควบรวมส่วนงาน
- การเปลี่ยนแปลงผู้นำ: เกิดขึ้นหลัง Josh D’Amaro รับตำแหน่ง CEO ต่อจาก Bob Iger ได้เพียง 1 เดือน
- เป้าหมายหลัก: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารแบรนด์ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การดูแลของ Asad Ayaz
เกาะติดความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจ อัปเดตเทรนด์การบริหารจัดการองค์กร และวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่คุณไม่ควรพลาด ที่ https://lalanews.net/
ที่มา: www.cnbc.com