เจาะลึกวิกฤตสงครามอิหร่านกระทบ ฐานเสียงทรัมป์ อย่างไร? เมื่อนโยบาย America First ต้องแลกด้วยราคาน้ำมันแพงสะท้านโลก ทรัมป์จะคุมเกมอยู่หรือแค่ละครฉากใหญ่?

ทำเนียบขาวประกาศก้องว่า "สงครามอิหร่านกำลังจะจบลง" หลังมีการประกาศหยุดยิงแบบนาทีสุดท้ายในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความโล่งใจที่ปนไปด้วยเครื่องหมายคำถามก้อนโตจากวอชิงตันถึงบรัสเซลส์ และลามไปถึงเตหะราน ว่านี่คือ "ของจริง" หรือแค่ "ละครตบตา" และที่สำคัญ... มันจะยั่งยืนแค่ไหน? โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าคะแนนนิยมจาก ฐานเสียงทรัมป์ กำลังถูกเขย่าด้วยพิษเศรษฐกิจที่ตามมาเป็นเงาตามตัวจากสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในครั้งนี้

สงครามอิหร่านส่งผลต่อคะแนนนิยม Trump อย่างไร?

การประกาศหยุดยิงแบบกะทันหันนี้ถูกมองว่าเป็น "ทางลง" ที่ทรัมป์พยายามรักษาความสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ผู้นำสายบู๊กับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ แม้กลุ่มสนับสนุนหลักจะชื่นชมความเด็ดขาดในช่วงแรก แต่เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฐานเสียงทรัมป์ บางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของนโยบาย America First ในสนามรบจริง ความโกลาหลในช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เรื่องของอาวุธ แต่มันคือเรื่องของปากท้องคนอเมริกันที่กำลังแบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่แพงมหาศาล

"Razzle Dazzle": กลยุทธ์สับขาหลอกฉบับโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏตัวในโรงละครที่วอชิงตัน ท่ามกลางเสียงเพลงจากบรอดเวย์เรื่อง Chicago ที่ร้องว่า "หลอกล่อให้เขาหลงใหล แล้วพวกเขาจะอ้อนวอนขอจากคุณอีก... แสดงโชว์ที่หวือหวาเข้าไว้ แล้วปฏิกิริยาตอบรับจะรุนแรงสะใจเอง"

นี่คือ "คัมภีร์" ที่ทรัมป์ใช้มาตลอดหลายทศวรรษ นั่นคือการเป็นเจ้าพ่อแห่งการสร้างภาพลักษณ์ (Master of Spectacle) แต่ครั้งนี้ พรสวรรค์ในการคุมเกมหน้าสื่อกำลังถูกทดสอบอย่างหนักด้วยไฟสงครามในอิหร่านที่ทำให้คนในชาติแตกแยก และกลุ่ม ฐานเสียงทรัมป์ เริ่มแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพในระยะยาวมากกว่าแค่เสียงเฮในโซเชียลมีเดีย

เบื้องหลัง "คำขู่ล้างโลก" และการหักพวงมาลัยนาทีสุดท้าย

ทรัมป์โชว์ทักษะการดึงความสนใจของสังคมกลับมาอยู่ที่เขาอีกครั้ง เพื่อหวังประคองคะแนนจากฐานเสียงให้ยังคงเหนียวแน่น ผ่านความสับสนที่เขาจงใจวางหมากไว้:

  • การเปลี่ยนโฟกัส: เบี่ยงเบนความสนใจจากความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ ไปสู่ข่าวการช่วยเหลือทหารนักบินที่ติดอยู่กลางแดนศัตรู เพื่อสร้างภาพลักษณ์ "ฮีโร่อเมริกัน"
  • วาทกรรมดุเดือด: การพ่นคำด่าทออย่างเผ็ดร้อนในช่วงวันหยุดสำคัญ เพื่อให้พื้นที่ข่าวทั้งหมดมีแต่ชื่อของเขาแต่เพียงผู้เดียว
  • การตัดสินใจนาทีสุดท้าย: จู่ๆ ก็ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่านที่เขาเคยขู่ว่า "จะเป็นการทำลายล้างอารยธรรม" โดยอ้างว่าไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อ
แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวระบุว่า วาทกรรมที่คาดเดาไม่ได้เหล่านี้คืออาวุธที่ทรัมป์ใช้สร้างอำนาจต่อรอง แต่มันกำลังกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงคะแนนนิยมของเขาเอง

ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรม: ชัยชนะบนหน้ากระดาษ แต่ล้มเหลวในสนามจริง?

แม้ทรัมป์จะพยายามคุม "เรื่องเล่า" (Narrative) ให้ดูดีแค่ไหน เพื่อรักษาใจ ฐานเสียงทรัมป์ แต่ "ข้อเท็จจริง" (Facts) กลับสวนทางอย่างน่ากังวล:

  • ไร้เอกสารยืนยัน: ผ่านมาหลายวันหลังประกาศหยุดยิง กลับไม่มีใครเห็นรายละเอียดข้อตกลงที่ชัดเจนแม้แต่บรรทัดเดียว
  • พูดไปคนละทาง: อิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของวอชิงตัน โดยเฉพาะการหยุดโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร
  • เส้นเลือดใหญ่ยังตีบตัน: ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดให้สัญจรได้ปกติ 100% ส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก

ในขณะที่ทรัมป์สนุกกับการคุมหน้าจอโทรทัศน์ คนอเมริกันเริ่มเหนื่อยหน่ายกับสงครามที่ลากยาว และสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ "ราคาน้ำมัน" ที่พุ่งสูงขึ้นไม่มีทีท่าจะลดลงในช่วงฤดูท่องเที่ยว ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญว่านโยบายของเขาจะรักษาความมั่งคั่งของฐานเสียงไว้ได้จริง หรือเป็นแค่การขายฝันไปวันๆ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • วิกฤตสงครามอิหร่านสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อฐานเสียงทรัมป์ เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
  • กลยุทธ์ "ขู่แล้วถอย" ถูกมองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์โชว์แมนเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์จริง
  • นโยบาย America First กำลังถูกตั้งคำถามว่าปกป้องผลประโยชน์ของคนอเมริกัน หรือกำลังทำลายเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

อ่านข่าวการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://lalanews.net/


ที่มา: www.cnbc.com